สาเหตุที่ล้อรถเข็น "แบะ แตก หรือลูกปืนตาย" เร็วกว่าที่ควร มักไม่ใช่เพราะล้อไม่ดี แต่เพราะ เลือกขนาดรับน้ำหนักผิด ตั้งแต่แรก บทความนี้สรุปวิธีคำนวณน้ำหนักต่อล้อแบบที่วิศวกรใช้จริง เพื่อเลือกล้อให้ทนและคุ้ม
สูตรคำนวณน้ำหนักต่อล้อ
หลักคิดสำคัญคือ "อย่าหารด้วย 4" แม้รถเข็นจะมี 4 ล้อ เพราะในความเป็นจริงพื้นโรงงานไม่เรียบสนิท บางจังหวะจะมีเพียง 3 ล้อ ที่รับน้ำหนักพร้อมกัน จึงควรเผื่อไว้
น้ำหนักต่อล้อ = (น้ำหนักรถเข็น + ของบรรทุกสูงสุด) ÷ 3
เลือกล้อที่รับได้ ≥ ค่านี้ × 1.5–2 (safety factor)
เลือกล้อที่รับได้ ≥ ค่านี้ × 1.5–2 (safety factor)
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติรถเข็นหนัก 50 กก. บรรทุกของหนักสุด 600 กก. รวมเป็น 650 กก.
- 650 ÷ 3 = 217 กก./ล้อ
- เผื่อ safety factor ×1.5 = 325 กก./ล้อ
- ควรเลือกล้อที่รับ ≥ 325 กก./ลูก → เลือก รุ่น 6 นิ้ว (350 กก./ลูก)
ทำไมต้องเผื่อ: แรงกระแทกตอนเข็นข้ามร่อง ตกขอบ หรือออกตัว ทำให้น้ำหนักชั่วขณะพุ่งสูงกว่าน้ำหนักนิ่งหลายเท่า การเผื่อ 1.5–2 เท่าช่วยให้ล้อไม่พังก่อนเวลา
ตารางเลือกขนาดเบื้องต้น
| น้ำหนักรวม/คัน | น้ำหนักต่อล้อ (÷3) | แนะนำ |
|---|---|---|
| ไม่เกิน 750 กก. | ~250 กก. | 4 นิ้ว (250 กก./ลูก) |
| 750–1,050 กก. | ~350 กก. | 6 นิ้ว (350 กก./ลูก) |
| เกิน 1,050 กก. | เกิน 350 กก. | จัดชุด 6 นิ้ว หลายจุด |
ค่าข้างต้นเผื่อ safety factor ในตัวแล้วระดับหนึ่ง หากงานมีแรงกระแทกบ่อยหรือเข็นต่อเนื่องทั้งวัน แนะนำให้ขยับขึ้นรุ่นที่รับน้ำหนักมากกว่า
อย่าลืมปัจจัยอื่นนอกจากน้ำหนัก
- แกนเหล็ก: แกนหล่อหนา (เช่น 5.5 มม.) ช่วยไม่ให้ล้อแบะเมื่อโหลดเต็ม
- ลูกปืน: ลูกปืนคู่ช่วยให้เข็นลื่น ไม่ฝืด แม้น้ำหนักมาก
- พื้นผิว: พื้น Epoxy ควรใช้ PU เพื่อไม่ทิ้งคราบและไม่ขูดพื้น